เทรนด์การทำงานแบบ WFH (Work From Home) และ Remote Work กำลังมาแรง ทำให้องค์กรยุคใหม่หลายแห่ง มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการเดินทางไปได้มาก อีกทั้งผู้ที่ทำงานกับบริษัทต่างประเทศ ก็สามารถเลือกใช้วิธีการนี้ เพื่อไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศ แต่หากองค์กรมีนโยบายการทำงานแบบ WFH ในฐานะคนทำงาน ควรจะเลือกทำงานอยู่ที่บ้าน หรือไปทำงานที่ Co-Working Space ดี เรามีข้อสรุปมาฝากกัน
จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่าการทำงานแบบ Remote Work ที่บ้านและที่ Co-Working Space มีข้อดีกันคนละแบบ แต่หากคุณต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับความต้องการของคนทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่า Co-Working Space ที่ได้มาตรฐาน คือคำตอบที่ใช่ที่สุดแบบไม่ต้องสงสัย
อยากทำงานใน Co-Working Space แบบมีห้องส่วนตัว ที่ JustCo เรามีพื้นที่สำนักงานหลากหลายแบบให้บริการ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งของว่างและเครื่องดื่ม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม และเจ้าหน้าที่มืออาชีพที่พร้อมให้ความช่วยเหลือคุณทุกเวลา ให้คุณได้โฟกัสกับการทำงานอย่างเต็มที่ในสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ มีให้เลือก 5 สาขาบนทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ สอบถามราคาและนัดชมพื้นที่จริงได้ที่เว็บไซต์ของเรา
ข้อดีของการทำงานอยู่บ้าน
เริ่มต้นกันด้วยการทำงานแบบ WFH อยู่ที่บ้าน ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์หลักของโมเดลการทำงานรูปแบบนี้ เพราะโมเดลการทำงาน WFH ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รัฐบาลของทุกประเทศจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ ส่งผลให้บริษัทต้องปรับตัวให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ซึ่งการเปลี่ยนมุมใดมุมหนึ่งในบ้านให้กลายเป็นโต๊ะทำงาน และทำงานอยู่ที่บ้าน มีข้อดีดังต่อไปนี้1. ประหยัดค่าใช้จ่าย
ข้อดีข้อแรก ต้องยกให้เรื่องประหยัดค่าใช้จ่าย โดยคุณไม่ต้องเสียค่าเดินทางหรือค่าน้ำมันในการเดินทางไป-กลับจากบ้านและที่ทำงาน รวมถึงค่าอาหารกลางวัน ค่ากาแฟ ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นได้2. ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
ข้อดีถัดมาคือ คุณสามารถเริ่มต้นทำงานได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปติดอยู่บนถนนหลาย ๆ ชั่วโมง หรือต้องรอรถประจำทางและรถไฟฟ้าเป็นเวลานาน ทำให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สามารถนำเวลาที่เหลือไปทำกิจกรรมที่ชอบและใช้กับครอบครัวได้3. สามารถออกแบบพื้นที่ทำงานได้เต็มที่
และข้อดีข้อสุดท้ายในการทำงานอยู่บ้านก็คือ คุณสามารถออกแบบพื้นที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ จะจัดมุมทำงานให้สวยงาม พร้อมของตกแต่งหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ก็ทำได้โดยไร้ขีดจำกัด หรือจะเปิดเพลงคลอระหว่างทำงาน ก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้การทำงานกลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นได้อีกทางหนึ่งข้อดีของการทำงานที่ Co-Working Space
Co-Working Space คือพื้นที่ทำงานที่ออกแบบมาให้ทุกคนได้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีทั้งแบบโต๊ะทำงาน Hot Desk ห้องทำงานส่วนตัว และออฟฟิศขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ให้บริการอย่างครบครัน ซึ่งการทำงานที่ Co-Working Spaceมีข้อดีมากมาย ได้แก่1. สภาพแวดล้อมเหมาะกับการทำงาน
เหตุผลสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากเลือกมาทำงานที่ Co-Working Space ก็เพราะสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไม่มีเสียงหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์มารบกวนการทำงาน จึงทำให้สามารถโฟกัสกับงานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่2. โอกาสในการสร้าง Connection ใหม่ ๆ
ปัจจุบัน องค์กรหลายแห่งเริ่มหันมาเช่าออฟฟิศใน Co-Working Space มากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความสนใจ สร้าง Connection และต่อยอดโอกาสการเติบโตในสายอาชีพได้3. มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการครบครัน
Co-Working Space หลายแห่ง เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบ Ergonomics จึงช่วยลดการเกิดออฟฟิศซินโดรม และยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องครัว เครื่องดื่ม ของว่าง เครื่องพิมพ์เอกสาร ห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม ตอบรับความต้องการของคนทำงานได้ทุกรูปแบบ4. มีความยืดหยุ่นสูง
หากคุณเลือกใช้บริการ Co-Working Space ที่มีสาขาครอบคลุมในหลากหลายประเทศอย่าง JustCo เท่ากับว่าคุณเป็นสมาชิกของ JustCo Global จึงสามารถเข้าใช้บริการ Co-Working Space ได้ในทุกสาขาทั่วโลก ทำให้คุณทำงานได้ทุกเวลาที่ต้องการ5. แบ่งเวลาและพื้นที่ระหว่างการพักผ่อนและการทำงานได้ชัดเจน
เมื่อบริษัทมีนโยบายให้ทำงานแบบ WFH หลายคนก็มักจะมีปัญหาทำงานจนลืมเวลา บางครั้งลืมตาตื่นมาก็ทำงานเลยโดยที่ไม่ลุกไปไหน แต่หากมาทำงานที่ Co-Working Space คุณจะได้แบ่งเวลาการพักผ่อนและการทำงานได้ชัดเจนขึ้น และทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริงสรุปชัด ทำงานแบบ Remote Work เลือกอยู่บ้านหรือไป Co-Working Space ดี ?
รู้จักข้อดีของการทำงานที่ Co-Working Space และการทำงานที่บ้านไปแล้ว เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราจึงได้สรุปข้อดีของการทำงานแบบ Remote Work ที่บ้านและการใช้ Co-Working Space ในรูปแบบตาราง ดังนี้| ทำงานอยู่บ้าน | ทำงานที่ Co-Working Space | |
|---|---|---|
| 1. สภาพแวดล้อม | หากอยู่กับครอบครัว อาจมีเสียงรบกวนสมาธิการทำงานในบางครั้ง ควรทำงานในห้องส่วนตัวหรือจัดมุมทำงานให้เป็นสัดส่วน เพื่อให้สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่มากที่สุด | Co-Working Space ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการทำงาน จึงมีสภาพแวดล้อมที่สบายตา ไร้เสียงรบกวน และยังตกแต่งอย่างสวยงาม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ได้อีกด้วย |
| 2. งบประมาณ | ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียค่าเดินทางและค่าอาหารเพิ่ม แต่ค่าไฟอาจสูงขึ้นเนื่องจากมีการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตตลอดวัน | สามารถเลือกเช่าได้ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี จึงทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน |
| 3. สิ่งอำนวยความสะดวก | ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ หากต้องการเครื่องพิมพ์หรือต้องการใช้ห้องประชุม จึงจำเป็นต้องออกไปใช้บริการข้างนอก | มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการอย่างครบครัน เช่น เครื่องพิมพ์ ห้องประชุม อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครื่องดื่ม ของว่าง รวมทั้งพนักงานทำความสะอาดและเจ้าหน้าที่ไอที |
Find a workplace that works for you
For a workplace that works for you and your team, reach out to us for an exclusive tour at your preferred JustCo location today.
ประเทศไทย














